สร้อยกระดูกงู ตระกร้อพลอย
มีดีตลอดกาล คนไทยก็รัก คนต่างชาติก็อิน

ตั้งแต่จำความได้อวนก็เห็นอาๆ อวนขาย “สร้อยกระดูกงู สร้อยตระกร้อ” กันมาตลอด ตั้งแต่ 30 ปีก่อน เท่าๆ อายุอวนเลย ตอนนั้นเรายังเด็กคิดสงสัยลายนี้ทำไมขายดีจัง เป็นพลอยนำมาสร้างเป็นโครงเสาทั้ง 4 ด้าน ออกมาแล้วเป็นปล้องยาวที่ทำจากพลอยเหมือนลำตัวงู เรียกว่า “งานกระดูกงู” อีกชิ้นนำพลอยมาต่อกันเป็นรูปกลม โคมไฟบ้าง เรียกว่า “งานตระกร้อ” มีทั้งสร้อยคอ สร้อยมือ ตลอดจนทำเป็นสังวาลย์พาดตัวกับสไปเฉียงก็ทำมาแล้ว ความงามอันเป็นเอกลักษณ์นี้เข้าถึงผู้ชื่นชอบเครื่องประดับทองทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ

อวนจึงไปขอข้อมูลเรื่องราวในโรงงงาน กระดูกงู และตระกร้อพลอย เพื่อให้ทราบประวัติความเป็นมาของงานชิ้นนี้กัน

เริ่มจากมีช่างทองร้อย (งานทอง 100 ทองจะนิ่มจับพลอยไม่ได้) สมัย 50 ปีก่อน ต้องการเพิ่มมูลค่าของชิ้นงานทองร้อยที่ได้เพียงค่าแรงไม่เท่าไหร่ ประยุกต์เข้ากับ “ลายสร้อยทองสี่เสา” นำทองมารีดๆ และบีบๆ เข้ากับพลอย ตอนนั้นอาเล่าว่ามีหยกเยอะมากๆ ช่างคนนี้หัวดี ลองรีดเส้นแล้วก็บีบเข้ากับพลอยหยกที่มีเป็นกะละมัง สมัยก่อยพลอยเนื้ออ่อนเผาไฟก็ไม่ได้ จะทำให้พลอยแตก เลยใช้มือบีบเข้าไปกับพลอยแต่ละเม็ด พอส่งออกไปขายก็ขายดีมาก ขายหมดทุกเส้นที่ทำพอเริ่มขยับขยาย ช่างคนอื่นๆ ก็เริ่มมาทำ ลูกค้าก็แนะนำอยากได้แบบนั้นแบบนี้ มีการพลิกแพลงอย่างต่อเนื่อง เกิดลวดลายต่างๆ มาประชันกันในหมู่ช่าง จากเริ่มใช้หยกที่เนื้ออ่อน ก็เปลี่ยนมาใช้พลอยเนื้อแข็ง จากงานที่อาจจะไม่ได้สวยเลยในตอนแรก จึงมีการคิดค้นเทคนิค เกิดความชำนาญในการทำมากขึ้น พัฒนาทำให้เกิดงานที่สวยคม มีชั้นเชิง และมีรูปร่างแบบในปัจจุบัน

ส่วนสร้อยตระกร้อ ได้รับแรงบัลดาลใจจากงานโบราณสมัยก่อน งานทองสุโขทัยบ้าง งานทองทวารวดีบ้าง มีการหยิบยืมวัฒนธรรมจากในอดีตที่มีมาแต่พันปีก่อน ได้แก่ เครื่องประดับทองรูปแบบต่างๆ และนำมาประยุกต์เข้ากับงานช่างของเราที่ใช้การขึ้นมือ ดัด จับ ร้อย วาง ทำออกมาเป็นงานตระกร้อในดีไซน์ต่างๆ

ตั้งแต่การขึ้นโครง ต้องหุ้มทองให้พลอยแต่ละเม็ด และนำมาต่อกันเป็นครึ่งวงกลมในแป้นพิมพ์แต่ละไซส์พลอยที่แตกต่างกัน ต้องนำพลอยที่หุ้มกรอบทองวางให้พอดี หากวางไม่ดีแล้ว ก็ต้องรื้อขึ้นใหม่ โดยการเผาให้ทองละลาย และหุ้มทองใหม่ในพลอยแต่ละเม็ด ยิ่งลูกเล็กก็ยิ่งยาก และใช้เวลา

เป็นงานที่ใช้ทักษะความประณีต ความพยายาม และความอดทนสูง งานตระกร้อทองขึ้นมือตั้งแต่พลอยแต่ละเม็ด อาศัยความชำนาญ ประสบการณ์ในชิ้นงานจริงๆ ทุกวันนี้ช่างทองก็ยังคิดรูปแบบใหม่ๆให้งานตระกร้อ แต่ละชิ้นต้องใช้ทักษะฝีมือล้วนๆ หากไม่สามารถทำเป็นงานหล่อต้องใช้มือล้วนๆ ปัจจุบันช่างก็อายุ 50 ขึ้นไป หากหมดช่างทองเหล่านี้ งานแบบนี้ก็จะหมดไปในที่สุด

ทำไมงานกระดูก งานตระกร้อถึงขายดี เป็นที่รักทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เพราะงานเหล่านี้มีความงามแบบ Modern Oriental มีความเชื่อมโยงกับสมัยอดีตกาล โชว์ดีเทลในแบบ 3 มิติ ทั้งทรงกลมแบบตระกร้อ เป็นแท่งยาวดิ้นได้แบบกระดูกงู จนดีเทลดอกไม้ ดอกพิกุลทองแบบจิ๋วที่แต่งเสริมเติมแต่งมาอย่างต่อเนื่อง จาก 50 ปีที่สร้งขึ้นมาจนเกิดเป็นเอกลักษณ์รูปแบบเฉพาะตัวขึ้น เกิดจาก“ทอง” ที่เป็นแร่มีค่าแลกเปลี่ยนเงินตรา พอมาเจอช่างก็นำมาทำเป็นเครื่องประดับ และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค ยังมี “พลอย” อัญมณีที่ช่วยเพิ่มสีสัน เพิ่มความงาม เป็นที่ต้องตา และ “ช่างทอง” ที่คิดค้นลวดลายใหม่จากความช่ำชองของการทำงาน เกิดความหมายในวัฒนธรรม งานกระดูกงูและงานตระกร้อ จึงเป็น ของดี และมีดี จากเมืองไทย ไปสู่นานาชาติ

 

Chat with US